เว็บไซต์ของบริษัทมีการใช้งานคุกกี้ (cookies) เพื่อมอบประสบการณ์ในการใช้งานเว็บไซต์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่คุณ รวมถึงเพื่อนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่ตรงต่อความสนใจของคุณมากที่สุด คุณสามารถตั้งค่าการใช้งานคุกกี้เพื่อปรับแต่งการใช้งานคุกกี้ให้ตรงต่อความต้องการของคุณ หากคุณกดยอมรับการใช้งานคุกกี้ทั้งหมด
บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้คุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้แก่คุณ
คุณสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ของบริษัทได้ที่ นโยบายการใช้คุกกี้

ทำความเข้าใจ Blockchain แต่ละ Layer คืออะไรกันแน่

3 ธ.ค. 67
3 นาที
Orbix INVEST Team
Blockchain
banner image
ก่อนเราจะอธิบายเรื่อง Layer เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่า ว่า Blockchain นั้นเกี่ยวข้องกับคริปโทอย่างไร?

คริปโทเคอร์เรนซีอย่าง Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญดิจิทัลใดๆก็ตาม ทำงานอยู่บนระบบที่เรียกว่า Blockchain ซึ่งเจ้า Blockchain ก็คือเครือข่ายจัดเก็บรายการธุรกรรมออนไลน์ ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้โดยไม่จำเป็นต้องมีตัวกลางอย่างเช่นสถาบันการเงิน 
ข้อมูลจะถูกกระจายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องซึ่งทุกคนจะเก็บข้อมูลชุดเดียวกัน ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากคนอื่นๆ จึงมีความปลอดภัยมากกว่าระบบแบบมีตัวกลาง
.
ซึ่งเครือข่ายของ Blockchain ก็ได้มีวิวัฒนาการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของมันเอง โดยแบ่งออกเป็น 3 Layer ด้วยกัน

🟩Blockchain Layer 0 “โครงสร้างพื้นฐาน”
เป็น Layer ที่มีหน้าที่เชื่อมแต่ละ*โปรโตคอลให้ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โดย Layer นี้จะประกอบไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซิร์ฟเวอร์ คลังข้อมูล เป็นต้น
ตัวอย่าง Blockchain Layer 0: Cosmos, Axelar, Polkadot
*โปรโตคอล เป็นเหมือนภาษาที่ใช้สื่อสารภายในเครือข่าย ให้แต่ละส่วนสามารถเชื่อมต่อกันได้
.
🟩Blockchain Layer 1 “ธุรกรรม”
เป็น Layer ที่เริ่มมีธุรกรรมเกิดขึ้น ผ่านกลไกการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย ซึ่งมีความปลอดภัยสูง แต่เมื่อมีผู้ใช้งานจำนวนมาก เครือข่ายที่มีอยู่จึงไม่สามารถรองรับได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้การประมวลผลช้าลง ทำให้แต่ละธุรกรรมใช้เวลานาน และมีค่าธรรมเนียมที่แพงขึ้น
ตัวอย่าง Blockchain Layer 1: Bitcoin, Ethereum, Cardano
🟩Blockchain Layer 2 “เพิ่มประสิทธิภาพ” 
จากข้อจำกัดที่มีบน Layer 1 ตัว Blockchain ก็ได้พัฒนาเป็น Layer 2 เพื่อช่วยให้การประมวลผลทำได้รวดเร็วขึ้น เหมือนเป็นการขยายถนน ให้รถวิ่งได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเทคโนโลยีอย่าง Optimistic Rollup 
ที่เป็นการเอาธุรกรรมบน Layer 1 มาประมวลผลบน Layer 2 เสร็จแล้วก็จะส่งกลับไปบันทึกข้อมูลบน Layer 1 ทำให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมได้เร็วขึ้น ซึ่งก็ส่งผลให้ค่าธรรมเนียมถูกลงตามไปด้วยเช่นกัน
ตัวอย่าง Blockchain Layer 2: Optimism, Arbitrum 
🟩Blockchain Layer 3 “แอปพลิเคชัน” 
Layer สุดท้ายนี้ คือ Layer แอปพลิเคชัน ที่คนสามารถเข้ามาใช้งาน *แอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (Decentralized Application) ได้ ซึ่งทำงานผ่าน *Smart Contract ที่คอยเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่อยู่ใน Layer อื่นๆก่อนหน้า

*Decentralized Apps (DApp) คือ แอปพลิเคชันที่เปิดให้ผู้พัฒนาหรือผู้ใช้งานเข้ามาสร้างหรือใช้งานอย่างอิสระ ไม่ได้ถูกควบคุมจากองค์กรใดๆ 

*Smart Contract คือ สัญญาอัจฉริยะที่ถูกตั้งค่าให้ทำงานอัตโนมัติเมื่อเข้าเงื่อนไขที่ระบุไว้ 
ช่วยลดขั้นตอนเอกสาร และไม่จำเป็นต้องมีตัวกลาง 
ตัวอย่าง Blockchain Layer 3: Uniswap, Compound, Pancake Swap, Decentraland 

จะเห็นว่า Blockchain แต่ละ Layer มีจุดเชื่อมโยงและเป็นพื้นฐานซึ่งกันและกัน 
เพื่อจุดประสงค์หลักคือต้องการพัฒนาเครือข่ายให้สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด 
และสุดท้ายก็จะเป็นผลดีกับผู้ใช้งานเอง ที่จะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีทั้งหมดนี้ในเวอร์ชันที่ดียิ่งๆขึ้นไป

*คริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

บทความล่าสุดอื่นๆ

Clarity Act กฏหมายคริปโตฉบับนี้ ยังเหลืออีกกี่ด่าน?
หลายคนเห็นพาดหัวว่า "ผ่านมติ 15-9" แล้วคิดว่ากฎหมายคริปโตสหรัฐฯ เสร็จสิ้นแล้ว ความจริงคือผ่านโหวตสำคัญ Committee แต่ยังเหลืออีกหลายด่านหินที่ยังรอพิจาณาอยู่ข้างหน้า...อ่านต่อ คลิก
21 พ.ค. 69
5
Cryptocurrencyลงทุนคริปโตข่าวคริปโต
แท้จริงแล้ว Bitcoin คืออะไรกันแน่?
ในโลกของการลงทุนระดับสากลปี 2026 ไม่มีสินทรัพย์ใดที่สร้างข้อถกเถียงและมีความลื่นไหลทางนิยามได้เท่ากับ Bitcoin อีกแล้ว นักลงทุนหลายคนมองเห็นมันเป็นเพียง "ม้าเร็ว" ในสนามเก็งกำไรที่วิ่งไปตามสภาพคล่องของตลาดหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่นักยุทธศาสตร์การเงินระดับโลกกลับมองเห็นมันเป็น "ป้อมปราการ" ด่านสุดท้ายในวันที่ อ่านต่อ คลิก
24 เม.ย. 69
10
Macroบิตคอยน์
ทำไม AI Agents ถึงเลือก Ethereum?
 AI Agent กำลังกลายเป็นหน่วยเศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่สามารถสร้างรายได้ มีต้นทุน และถือครองเงินทุนได้ด้วยตัวเอง เมื่อ AI Agent เริ่มมีเงินสดอยู่ในระบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะรับเงินอย่างไร” แต่คือ “ระบบการเงินแบบใดรองรับ AI Agent ได้จริง” อ่านต่อ คลิก
16 เม.ย. 69
5
DeFiEthereumAI Agent
ดูบทความทั้งหมด

Orbix INVEST

Strategist for Kryptonian

apply storegoogle store

ดาวน์โหลดแอปเพื่อเริ่มลงทุนได้แล้ววันนี้

mobile
orbix
orbix